ห้องสมุดคือมิตร แหล่งคิดค้นคว้า สร้างภูมิปัญญา นำพาวิชาการ

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556


พฤติกรรมการกินผิด ๆ ต้นตอเด็กอ้วนเกินพิกัด (modernmom)
โดย พญ.สุธัญญา สัพโส

พฤติกรรมการกินอาหารของครอบครัวมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อพฤติกรรมการกินของเด็ก ๆ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ชอบอาหารไขมันสูง เช่น ขาหมู ข้าวมันไก่ ของทอดต่าง ๆ เด็กก็จะได้กินอาหารประเภทนี้มากกว่าอย่างอื่นครอบครัวที่มีความสุขกับการกินจึงมักจะอ้วนกันเกือบทั้งบ้าน เรียกว่าความอ้วนที่เกิดจากกรรมพันธุ์และการเลี้ยงดู

และพบเสมอว่าพ่อแม่เมื่อเห็นลูกผอมบาง จะบำรุงลูกด้วยอาหารสารพัดชนิด จนกระทั่งลูกกลายเป็นเด็กมีความสุขกับการกิน อ้วนท้วนเป็นที่พอใจของพ่อแม่และญาติ ๆ แต่ต้องมาพบแพทย์ และน้ำหนักมากจนเกินไป เนื่องจากกินอาหารทั้งวัน ไม่ยอมออกกำลังกาย บอกว่าเหนื่อย

ความอ้วนไม่ได้เกิดในทันทีทันใด แต่เกิดจากการสะสมไขมันทีละเล็กน้อยเป็นเวลานาน ดังนั้น การมีพฤติกรรมการกินที่เหมาะสมร่วมกับการออกกำลังกายจะช่วยป้องกันโรคนี้ได้

พฤติกรรมที่ส่งเสริมความอ้วน

กินอาหารไขมันสูง เช่น แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า โดนัท หรือของทอด อาหารเหล่านี้ให้พลังงานสูง เพราะมีส่วนประกอบหลักเป็นแป้งและไขมัน ถ้าเรากินแฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น มันฝรั่งทอด 1 ถุง น้ำอัดลม 1 แก้ว จะได้รับพลังงานประมาณ 750-800 แคลอรี่ ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของพลังงานที่ควรได้ต่อวันของเด็กอายุ 6-10 ปี การเลือกประเภทอาหารจึงเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

กินจุบจิบ การกินขนมขบเคี้ยว น้ำหวานน้ำอัดลมบ่อย ๆ ทำให้มีพลังงานส่วนเกินมาก เราควรฝึกลูกให้กินเป็นเวลา กินจุบจิบน้อยลง ให้เงินค่าขนมไปโรงเรียนแต่พอดี สำหรับเด็กที่ติดนิสัยนี้แล้ว พยายามให้กำลังใจและเปลี่ยนชนิดอาหารก็จะเป็นอีกวิธีที่ช่วยได้

ให้รางวัลหรือมีเครื่องล่อใจเป็นอาหาร "ถ้าทำการบ้านเสร็จเร็ว แม่จะพาไปกินไอศกรีม" บ่อยครั้งที่เราทำแบบนี้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้กินมากขึ้น ให้เปลี่ยนของรางวัลเป็นของเล่นหรือหนังสือแทนดีกว่า หรือจะเป็นการให้รางวัลแบบไม่ใช่สิ่งของ เช่น การกล่าวชื่นชม การกอด การยิ้ม ฯลฯ ก็ได้เช่นเดียวกัน

กินระหว่างดูทีวี มีการสำรวจพบว่าเด็กใช้เวลาดูทีวีเฉลี่ยวันละ 3 ชั่วโมง ระหว่างนี้มักจะกินขนมหรือดื่มน้ำอัดลมไปด้วย ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ห้ามปราม ลูกสามารถดูทีวีได้ทั้งวัน ร่างกายไม่มีการเผาผลาญพลังงาน มีแต่เติมเข้าไปไม่อ้วนยังไงไหว

ตามใจลูกเรื่องการกิน คุณพ่อคุณแม่สมัยนี้ตามใจลูกมากกว่าแต่ก่อน อาจเป็นเพราะมีเวลาให้ลูกน้อยหรือมีลูกน้อยเลยตามใจมาก เด็กมักจะไม่รู้ว่าอะไรควรกินหรือไม่ควร ผู้ใหญ่ควรชี้นำสม่ำเสมอ ลูกจะเข้าใจมากขึ้น

ตุนขนมไว้ที่บ้านจำนวนมาก บางบ้านมีขนมถุงใหญ่เป็นลังเลยก็มี เด็กจะกินมากไปด้วย มีถึง 71% ของครอบครัวไทย ที่ซื้อน้ำอัดลมเก็บไว้ที่บ้านเป็นประจำ ควรปลี่ยนใหม่ ให้ในบ้านจะมีแต่ผลไม้ นมพร่องไขมัน และน้ำเปล่า ลูกเล่นมาเหนื่อย ๆ และหิว ก็จะกินเอง ทำแบบนี้เป็นประจำก็เกิดเป็นความเคยชิน และลดขนมไปได้

ขาดการออกกำลังกาย ควรจัดเวลาออกกำลังกายสำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ และกระตุ้นให้มีการเผาผลาญไขมันส่วนเกินในชีวิตประจำวัน เช่น เดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ จอดรถไกลหน่อยเพื่อให้เดินมากขึ้น ให้ช่วยงานบ้าน เดินไปซื้อของ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ไม่อ้วนและทำให้แข็งแรงกว่าเดิม

การควบคุมน้ำหนักในเด็กไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปหรอกค่ะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ตั้งใจจริงและทำอย่างสม่ำเสมอ หลักการสำคัญคือ กินให้พอกับที่ร่างกายต้องการ ถ้ากินเกินก็หาทางเผาผลาญไขมันออก มีการติดตามน้ำหนักตัวอย่างต่อเนื่อง ให้กำลังใจและเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก ทำได้ตามนี้ลูกของเราก็จะห่างไกลโรคอ้วนแล้วละค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

รับสมัครบรรณารักษ์ 1 ตำแหน่ง

ลักษณะงานและความรับผิดชอบของตำแหน่ง
- ปฏิบัติงานในหน้าที่บรรณารักษ์ ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดหา และคัดเลือกหนังสือเข้าห้องสมุด วิเคราะห์และจัดหมวดหมู่หนังสือ ให้บริการแก่ผู้ใช้ห้องสมุด จัดหนังสือขึ้นชั้น จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องได้

คุณสมบัติผู้สมัคร :
1. อายุ 22-35 ปี
2. จบปริญญาตรี สาขาบรรณารักษศาสตร์ หรือสาขาอื่นๆ
3. สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์(Microsoft Office)และอินเตอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี
4. มีมนุษยสัมพันธ์ดี และมีความคิดสร้างสรรค์
5. มีความรับผิดชอบและรอบคอบ
6. มีความสามารถในการจัดกิจกรรมเสริมรักการอ่านได้
7. หากมีประสบการณ์การทำงานในห้องสมุด จะพิจารณาเป็นพิเศษ

อัตราค่าจ้างเดือนละ 7,940 บาท
รายได้อื่น ๆ :: เงินล่วงเวลาเดือนละ 500 บาท


ติดต่อ - สอบถาม :
ห้องสมุดประชาชน “ เฉลิมราชกุมารี” อำเภอธัญบุรี (คลอง 2) ต.ประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี
จ.ปทุมธานีเบอร์โทร 02-5499102 หรือ 087- 0726107

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สรุปภาพวาตภัยกศน.อำเภอธัญบุรี วันที่ 15 มีนาคม 2554





กศน. อำเภอธัญบุรีได้ขอความช่วยเหลือจากเรือนจำอำเภอธัญบุรีนำผู้ต้องขังมาช่วยรื้อหลังคาซึ่งใช้การไม่ได้

กำลังรื้อถอนเพื่อวัดเขียนเขตจะนำพื้นที่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป และหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระเทพรัตนสุธีได้กรุณาให้ใช้อาคารหม่อมวัฒนาทวีศักดิ์ เป็นสำนักงาน กศน. อำเภอธัญบุรีชั่วคราว


สำนักงาน กศน. อำเภอธัญบุรีย้ายอยู่ชั่วคราว ณ .ศูนย์การเรียนชุมชนบึงยี่โถ ณ.อาคารหม่อมวัฒนาทวีศักดิ์


วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รับสมัครบรรณารักษ์ 1 ตำแหน่ง


ลักษณะงานและความรับผิดชอบของตำแหน่ง
- ปฏิบัติงานในหน้าที่บรรณารักษ์ ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดหา และคัดเลือกหนังสือเข้าห้องสมุด วิเคราะห์และจัดหมวดหมู่หนังสือ ให้บริการแก่ผู้ใช้ห้องสมุด จัดหนังสือขึ้นชั้น จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องได้

คุณสมบัติผู้สมัคร :
1. อายุ 22-35 ปี
2. จบปริญญาตรี สาขาสารนิเทศศึกษา บรรณารักษศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
3. สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์(Microsoft Office)และอินเตอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี
4. มีมนุษยสัมพันธ์ดี และมีความคิดสร้างสรรค์
5. มีความรับผิดชอบและรอบคอบ
6. มีความสามารถในการจัดกิจกรรมเสริมรักการอ่านได้
7. หากมีประสบการณ์การทำงานในห้องสมุดอื่นๆ จะพิจารณาเป็นพิเศษ

อัตราค่าจ้างเดือนละ 7,940 บาท
รายได้อื่น ๆ :: เงินล่วงเวลาเดือนละ 500 บาท

ติดต่อ - สอบถาม :
ห้องสมุดประชาชน “ เฉลิมราชกุมารี” อำเภอธัญบุรี (คลอง 2) ต.ประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี
จ.ปทุมธานีเบอร์โทร 02-5499102 หรือ 087- 0726107

รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2553 กำหนดทำการคัดเลือกที่
ห้องสมุดประชาชน “ เฉลิมราชกุมารี” อำเภอธัญบุรี (คลอง 2) ต.ประชาธิปัตย์
อำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี
ดังนี้ สอบสัมภาษณ์และสอบความรู้เกี่ยวกับบรรณารักษ์ ในวันที่ 29 ธันวาคม 2553
เวลา 9.00 น.

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

กิจกรรมห้องสมุด


วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน 2553 ทางห้องสมุดประชาชน"เฉลิมราชกุมารี" อำเภอธัญบุรีได้จัดกิจกรรมการประดิษฐ์กระทงเพื่อให้เด็กๆที่รู้จักการทำกระทง และเพื่อให้เด็กใช้เวลาว่างให้ก่อเกิดประโยชน์


ประมวลภาพกิจกรรม


























วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

น้ำมะเขือเทศ ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษเผยสรรพคุณสุดมหัศจรรย์ของน้ำมะเขือเทศ ว่าเป็นผลไม้ที่สามารถช่วยเสริมสร้างกระดูก และป้องกันโรคกระดูกพรุนได้
โดยในมะเขือเทศนั้น มี ไลโคพีน และสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย และป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วย
ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต แคนาดา ได้ทำการวิจัยและพบว่า ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนกว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศอังกฤษ จึงได้ทำการทดสอบกับผู้หญิงวัยทอง (50-60 ปี) จำนวน 60 คนทั่วประเทศ โดยให้พวกเธองดกินมะเขือเทศเป็นเวลา 1 เดือน และจากการวิจัยดังกล่าว ให้ผลออกมาว่า ผู้หญิงที่ไม่ได้กินมะเขือเทศเลย จะมีระดับ N-telopeptide ในเลือดสูงขึ้น โดย N-telopeptide นี้จะทำให้กระดูกเปราะได้ง่าย
จากนั้น ทีมวิจัยได้ให้ผู้หญิงกลุ่มเดิมรับประทานมะเขือเทศที่มีปริมาณไลโคพีน 15 มิลลิกรัม ทั้งในรูปแบบแคปซูล และรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งผลก็พบว่ามะเขือเทศสามารถลดระดับ N-telopeptide ในเลือดให้ลดลงได้
จากการวิจัยดังกล่าว นักวิจัยจึงสรุปได้ว่า มะเขือเทศนั้นมีคุณประโยชน์ต่อกระดูกมากมาย ดังนั้น การรับประทานมะเขือเทศสกัดในรูปแคปซูล หรือจะเป็นน้ำมะเขือเทศคั้นสดวันละ 2 แก้ว ก็สามารถเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงขึ้น และยังลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย

กินยาคุมกำเนิดแล้วสิวฝ้าขึ้น ทำไงดี


ถ้ากินยาคุมกำเนิดกลัวว่าจะมีสิวฝ้าขึ้นเต็มหน้าจะทำยังไงดี (Woman's Story) วันนี้มีคำถามยอดฮิตจากคุณสาว ๆ ที่ทานยาคุมกำเนิด แล้วกลับมีสิวฝ้าขึ้นเต็มหน้า ถ้าเป็นอย่างนี้จะทำอย่างไรดี วันนี้เรามีคำตอบค่ะ มีคำแนะนำว่า ถ้ากินยาคุมกำเนิดแล้วเริ่มมีฝ้าขึ้น ก็ให้เปลี่ยนขนาดยาให้มีเอสโตรเจนต่ำลง โดยให้ลดเหลือแค่ 20 ไมโครกรัม ระหว่างนี้ก็ต้องรักษาฝ้าไปด้วย อย่างไรก็ตาม ก็ควรหลีกเลี่ยงการถูกแดดจัด ๆ และใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อป้องกันสิวฝ้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าทำตามวิธีข้างต้นแล้วก็ยังไม่ได้ผล แถมยังทำให้ประจำเดือนขาด ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อหาวิธีคุมกำเนิดแบบอื่นแทนค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เทคนิคแก้ไขการแต่งหน้า



ใครที่แต่งหน้าแล้วรองพื้นหนาเกินไป ปัดแก้มเข้มไป วันนี้มีเทคนิคแก้ไขเวลาแต่งหน้าพลาดมาบอกกันค่ะ

*รองพื้นหนา ให้ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีด จากนั้นใช้พัฟฟองน้ำเกลี่ยรองพื้นที่ลงไว้ให้ทั่วใบหน้า พอหน้าแห้งก็พร้อมแต่งหน้าขั้นตอนต่อไปได้
*เขียนคิ้วเข้ม ให้ใช้มาสคาร่าสีทองหรือสีน้ำตาลทองมาปัดทับคิ้วอีกที จะทำให้สีคิ้วดูอ่อนลง
*ทาอายแชโดว์สีเข้ม ให้ใช้พู่กันแต่งหน้า หัวแปรงเล็กค่อยๆปัดฝุ่นอายแชโดว์ที่เข้มเกินไปออก
*ลงอายไลเนอร์แบบน้ำ ทาแล้วเส้นไม่เป็นเส้นแบบที่ต้องการ ให้เขียนอายไลเนอร์ให้เส้นใหญ่ขึ้น เพื่อกลบความผิดพลาด หากต้องการเขียนใหม่ให้ใช้คลีนเซอร์ลบให้เรียบร้อย รอให้แห้ง แล้วค่อยลงอายไลเนอร์ใหม่ *ปัดมาสคาร่าเลอะใบหน้า ให้ใช้คอตตอนบัดจุ่มอายรีมูฟเวอร์ เช็ดบริเวณที่เลอะออก จากนั้นทาแป้งบริเวณดังกล่าวให้เรียบเนียน
*ปัดแก้มแดงเกินไป ให้ใช้บลัชออนสีอ่อนกว่า เลือกแบบมีประกายมุกปัดทับ จะทำให้สีดูอ่อนลง หรือใช้พู่กันขนาดใหญ่แต้มแป้งทูเวย์ แล้วปัดแก้มทั่วบริเวณก็ช่วยได้ ห้ามใช้พัฟเพราะจะทำให้แป้งดูหนาเกินไป

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

6 สมุนไพร ใช้เยียวยาอาการเลือดกำเดาไหล


วันนี้จะขอนำเสนอสูตรสมุนไพร 6 ชนิด ที่ใช้รักษาอาการเลือดกำเดาไหล ที่ได้จากภูมิปัญญาไทย ของหมอสมุนไพรประจำคลินิกหนองบงการแพทย์แผนไทย จังหวัดลพบุรี มาแนะนำกันค่ะ

1. ใบพลู นำใบพลูมา 1 ใบ แล้วม้วนให้เหมือนม้วนบุหรี่ จากนั้นขยี้ปลายข้างหนึ่ง แล้วนำส่วนที่ขยี้สอดเข้าไปในรูจมูกที่เลือดกำเดาไหล ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เลือดกำเดาจะหยุดไหล เพราะใบพลูมีสรรพคุณในการสมานแผลได้ดี
2. น้ำมะนาว บีบน้ำมะนาวครึ่งลูกผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว จากนั้นเติมเกลือครึ่งช้อนชา และน้ำตาลไม่ขัดขาว 1 ช้อนโต๊ะ ชงดื่มวันละแก้ว ก่อนอาหาร วิตามินซีจะช่วยแก้อาการเลือดออกตามไรฟัน ลักปิดลักเปิด และเลือดกำเดาไหลได้
3. รากต้นข้าว ใช้รากข้าวที่เกี่ยวแล้ว 1 ต้น ถอนตั้งแต่รากขึ้นไปประมาณ 1 คืบ ล้างให้สะอาด ต้มกับน้ำ 1 ลิตรจนเดือด กรองด้วยผ้าขาวบางเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร เช้า - เย็น ช่วยห้ามเลือดกำเดาไหล
4. รากต้นฝรั่ง ใช้รากต้นฝรั่ง 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ต้มกับน้ำ 1 ลิตรจนเดือด กรองเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร เช้า – เย็น
5. รากหัวไชเท้า ใช้รากหัวไชเท้าหนักประมาณ 15 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด ตำหรือคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้น้ำที่คั้นได้หยอดเข้าทางจมูกข้างที่มีเลือดไหล 1 - 2 หยด หัวไชเท้ามีสรรพคุณสมานแผลและห้ามเลือดได้
6. รากไพล ใช้รากไพล 7 ราก ล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียด หลังจากนั้นใส่น้ำเปล่า 3 หยด ขยี้ให้เข้ากัน กรองเอาแต่น้ำ หยอดน้ำรากไพลในรูจมูกข้างที่เลือดไหล ไพลมีสรรพคุณช่วยแก้เลือดกำเดาไหลและฆ่าเชื้อ

สมุนไพรพื้นบ้านสรรพคุณล้นเหลือ ยังไงก็ลองนำไปใช้ดูนะคะ อีกอย่างของที่มาจากธรรมชาติ รับรองว่าไม่ผลข้างเคียงแน่นอนค่ะ

วันลอยกระทง

วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทยตามปฏิทินจันทรคติล้านนา"มักจะ"ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายนตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ "กระทง" จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาพระแม่คงคาด้วย
ปัจจุบันวันลอยกระทงเป็นเทศกาลที่สำคัญของไทย ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวปีละมากๆ ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมักจะเป็นช่วงต้นฤดูหนาว และมีอากาศดี ในวันลอยกระทง ยังนิยมจัดประกวดนางงาม เรียกว่า "นางนพมาศ"อันเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของประเพณีลอยกระทง และตามสถานที่จัดงานจะมีการประกวดกระทง ขบวนแห่ มหรสพสมโภชต่าง ๆ บางแห่งอาจมีการจุดพลุ ดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองด้วย

วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ออกซิเจน สำคัญสำหรับนักจ็อกกิ้ง


ออกซิเจน สำคัญสำหรับนักจ็อกกิ้ง (Lisa)

ผู้ที่เริ่มจ็อกกิ้งใหม่ ๆ หรือผู้ที่ออกวิ่งเร็วเกินไป หรือหายใจตื้นเกินไป ต้องมีประสบการณ์กับการหายใจหอบมาแล้ว จึงควรผ่อนจังหวะการวิ่งให้ช้าลงหรือหยุดพักด้วยการเดิน
หากไม่อยากหายใจหอบฮัก ๆ ล่ะก็ ควรเริ่มออกวิ่งช้า ๆ ก่อน และพยายามหายใจลึก ๆ ไปถึงช่องท้อง เพราะการหายใจตื้น จะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยและอาจทำให้หายใจไม่ออก
วิธีที่จะให้ร่างกายได้รับออกซิเจนที่ดีที่สุด ก็คือ หายใจเข้าลึก ๆ ก็จะทำให้หายใจออกยาวขึ้น ไม่ว่าจะหายใจออกทางปากหรือทางจมูกก็ได้ การหายใจทางปากจะทำให้หายใจได้เร็วขึ้น ซึ่งนักวิ่งหลายคนรู้สึกหายใจได้สะดวกกว่า แต่ถ้าวิ่งในที่ที่มีอากาศเย็น ๆ นั้นควรหายใจทางจมูกจะดีกว่า เพราะอากาศที่หายใจผ่านจมูกจะดีกว่า เพราะอากาศที่หายใจผ่านจมูก จะช่วยให้ลมหายใจอบอุ่นซึ่งเป็นการถนอมคอและหลอดลม
นอกจากนี้
ศจ.เคลาส์ โฟลเคอร์ แพทย์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยมุนส์เตอร์ในประเทศเยอรมนีได้ แนะนำว่า ไม่ควรรับประทานอาหารหนักก่อนจ็อกกิ้ง 2-3 ชั่วโมง เพราะเลือดจะถูกนำไปช่วยย่อยอาหาร และในขณะเดียวกันกล้ามเนื้อที่ออกกำลังก็ต้องการเลือดเช่นเดียวกัน หากรู้สึกจุกเสียดขณะวิ่งก็ให้วิ่งช้าลงหรือเดิน การออกกำลังเป็นประจำจะทำให้ร่างกายชินกับการออกแรงอวัยวะต่าง ๆ จะเรียนรู้การถ่ายเทเลือดได้ดีขึ้น